สีหลังคาบ้าน “หลุดลอก” เกิดจากอะไร ดูแลยืดอายุยังไงให้เมทัลชีทสวยทน

We use the highest quality roofing materials

สีหลังคาบ้าน “หลุดลอก” เกิดจากอะไร ดูแลยืดอายุยังไงให้เมทัลชีทสวยทน

สีหลังคาบ้าน หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสวยงามของบ้าน และสะท้อนถึงรสนิยม สไตล์การออกแบบ และความชื่นชอบของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี  

และแน่นอนเมื่อเวลาผ่านไป ยิ่งในบ้านที่ใช้วัสดุอย่าง “เมทัลชีท” เจ้าของบ้านหลายคนก็มักจะเริ่มสังเกตเห็นถึงสีหลังคาที่ซีดจาง  มีคราบด่าง หลุดลอก หรือรวมไปถึงสนิมจุดตามชายหลังคาที่อาจเกิดขึ้น  

ซึ่งปัญหาเหล่านี้ เจ้าของบ้านต้องวางแผน หรือรับมืออย่างไร เพื่อไม่ให้บ้านแสนรักต้องพบกับความทรุดโทรมในระยะยาว เราจึงได้รวบรวมข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ สีหลังคาบ้าน หลุดลอก เกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแลเพื่อยืดอายุเมทัลชีทให้สีสวยทน มาฝากกัน 

สีหลังคาบ้าน “หลุดลอก” คืออะไร ? 

สีหลังคาบ้าน “หลุดลอก” คือ อาการที่ชั้นสีเคลือบผิวหลังคาเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดอาการบวม พอง แตกร้าว หลุดเป็นแผ่นหรือสะเก็ดเล็ก ๆ รวมถึงสีซีดจาง ไม่สม่ำเสมอ และมีคราบด่างให้เห็นบนผิวหลังคา 

โดยสำหรับ หลังคาเมทัลชีท มักเริ่มลอกจากจุดที่โดนแดดและฝนจัดเป็นประจำ เช่น ชายคาทางทิศตะวันตก รอยต่อแผ่นหลังคา หรือบริเวณที่น้ำฝนไหลผ่านซ้ำ ๆ ซึ่งเมื่อสีของแผ่นหลังคาเริ่มมีการหลุดลอกออกไป ก็จะทำให้เห็นผิวโลหะด้านล่างได้อย่างชัดเจน 

ซึ่งหากปัญหานี้ถูกปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ไป ผิวโลหะที่เปิดโล่งจะเริ่มเกิดสนิมและถูกกัดกร่อนทีละน้อย จนอาจลามไปถึงโครงสร้างหลังคาในระยะยาวนั่นเอง 

สาเหตุของ สีหลังคาบ้านลอก เกิดจากอะไร? 

สำหรับปัญหา สีหลังคาบ้านลอก นั้นไม่ได้เกิดจาก “สีที่ไม่มีคุณภาพ”  เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงหลายปัจจัย ทั้งวัสดุ วิธีการผลิต สภาพการติดตั้ง และการใช้งานจริงอีกด้วย โดยสาเหตุที่แท้จริง แบ่งออกเป็น 6 ข้อหลัก ๆ ดังนี้ 

1. การเลือกเมทัลชีทที่ระบบสีไม่ได้มาตรฐาน 

หลายครั้งเจ้าของบ้านมักมองแค่ “ราคาต่อแผ่น” โดยไม่ได้ดูว่าใช้ระบบสีอะไร เคลือบกี่ชั้น หรือเป็นเกรดสำหรับงานภายนอกจริงหรือไม่  

เพราะเมทัลชีทบางประเภท จะมีการใช้สีแบบเกรดทั่วไป ที่ไม่ได้ออกแบบขึ้นมาเพื่อให้ทนแดด ทนแสงยูวีได้ในระยะยาว ซึ่งจะทำให้หลังคาบ้าน สีซีดจาง ลอกง่าย เมื่อใช้งานไปไม่กี่ปี 

2. ความหนาสีเคลือบไม่เพียงพอ 

การเคลือบชั้นสีบนเมทัลชีทที่ดี ควรมีความหนาเหมาะสมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพราะหากชั้นสีบางเกินไป เมื่อเจอแดดจัด ฝนกรด หรือเจอมลภาวะ ก็จะทำให้แผ่นหลังคาเกิดการเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ จนสีเริ่มแตก ร้าว และหลุดลอกได้ง่าย  ดังนั้น ก่อนการเลือกซื้อควรสอบถามข้อมูลสินค้ากับผู้ขายอย่างละเอียด 

3. สภาพอากาศรุนแรงและแสง UV 

โดยเฉพาะสภาพอากาศเมืองไทย ที่มีแดดแรง หรือฝนตกจัดตลอดทั้งปี ซึ่งเมื่อมีอุณหภูมิผิวหลังคาสูงมากในช่วงกลางวัน สีที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ทน UV ก็จะเกิดอาการเสื่อมสภาพเร็ว เกิดการลอก ซีดจาง หรือหลุดเป็นผงอย่างรุนแรงได้ง่าย  

4. การเตรียมผิวโลหะก่อนเคลือบสีไม่ดี 

อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของปัญหาสีหลังคาบ้านลอก มักเริ่มมาจากขั้นตอนการผลิตตั้งแต่ต้น คือ “การเตรียมผิวโลหะ” ที่ไม่ดีพอ ซ่งหากผิวเมทัลชีทยังมีคราบน้ำมัน ฝุ่น คราบสกปรก หรือไม่ได้เคลือบสารกันสนิมและสารช่วยยึดเกาะก่อนลงสี ชั้นสีก็จะเกาะติดกับผิวโลหะได้ไม่แน่นเหมือนที่ควรจะเป็น 

และเมื่อหลังคาได้มีการนำไปใช้งานจริง เจอแดด เจอฝน เจอลมตลอดเวลา ก็จะทำให้สีเมทัลชีทเริ่มหลุดล่อนง่าย โดยเฉพาะบริเวณขอบแผ่น รอยดัดโค้ง หรือจุดที่โดนกระแทกและใช้งานบ่อย  

5. การติดตั้งที่ทำร้ายชั้นสี 

แม้จะเลือกเมทัลชีทคุณภาพดีแค่ไหน แต่ถ้าขั้นตอนการติดตั้งไม่ถูกวิธี ก็สามารถทำให้ชั้นสีเสียหายและลอกได้เร็วกว่าที่ควรจะเป็น เช่น กรณีที่ช่างใช้เครื่องตัดแบบใบเจียรซึ่งให้ความร้อนสูง ขอบแผ่นเมทัลชีทอาจไหม้ และทำให้สีบริเวณนั้นเสื่อมสภาพตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้ง  

นอกจากนี้ การใช้น็อตที่ไม่เหมาะกับงานเมทัลชีท หรือไม่มีคุณสมบัติกันสนิม ก็อาจทำให้สนิมเริ่มลามจากหัวน็อตไปยังผิวแผ่นได้ รวมถึงรอยขูด ขีด ข่วน ที่เกิดขึ้นระหว่างการยกแผ่น เดินเหยียบ หรือวางอุปกรณ์บนหลังคาโดยไม่ระวัง ล้วนเป็นจุดอ่อนที่ทำให้สีหลุดลอกง่ายขึ้น  

ซึ่งเมื่อชั้นสีด้านบนถูกทำร้าย ไม่ว่าจะมาจากการตัด ยึด หรือการใช้งานหน้างาน จุดเล็ก ๆ เหล่านี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสีลอกและการเกิดสนิมในอนาคต 

6. การดูแลรักษาที่ผิดวิธี 

นอกจากเรื่องการผลิตและการติดตั้งแล้ว วิธีดูแลรักษาหลังคาก็มีผลโดยตรงต่ออายุของ สีหลังคาบ้าน เช่นกัน เจ้าของบ้านหลายคนตั้งใจทำความสะอาดหลังคาให้ดูใหม่อยู่เสมอ แต่เผลอใช้วิธีที่รุนแรงเกินไป ไม่ว่าจะเป็น 

  1. การใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง  
  2. ใช้แปรงโลหะขัดแรง ๆ จนทำให้ผิวสีถลอก  
  3. ปล่อยให้คราบสกปรก มูลนก ใบไม้ และเศษขยะต่าง ๆ หมักหมมอยู่บนหลังคาเป็นเวลานาน  

สิ่งเหล่านี้จะค่อย ๆ ทำให้ชั้นสีบางลง เสื่อมสภาพ และลอกหลุดได้ง่ายขึ้นในที่สุด ดังนั้น การดูแลที่เหมาะสมควรเน้นความนุ่มนวล ใช้น้ำสะอาดหรือสารทำความสะอาดที่อ่อนโยนต่อผิวเมทัลชีท และหมั่นจัดการคราบสะสมเป็นระยะ จะช่วยยืดอายุสีหลังคาให้สวยทนได้นานกว่าเดิม 

แบ่งปันสิ่งดีๆ

Facebook
Twitter
LinkedIn
Telegram
X

บทความอื่นที่น่าสนใจ

สารบัญความรู้